<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฎหมาย.com</title>
	<atom:link href="http://www.kodmay.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kodmay.com</link>
	<description>กฎหมายไม่ใช่เรื่องยากหากใส่ใจ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 17 Mar 2013 16:43:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>Promotion ส่งเสริมความรู้กฎหมายแบบตัวจริง</title>
		<link>http://www.kodmay.com/166/promotion-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/166/promotion-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Aug 2012 04:53:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[promotion]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[อัยการ]]></category>
		<category><![CDATA[อาญา]]></category>
		<category><![CDATA[แพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=166</guid>
		<description><![CDATA[สวนกระแสค่าครองชีพแพง และ ต้อนรับหน้าฝน Promotion ส่งเสริมความรู้กฎหมายแบบตัวจริง จากราคา 9.99 USD -&#62; 7.99 USD และ 5.99 USD -&#62; 4.99 USD เพียง 3 วันเท่านั้น 28,29,30 สิงหาคม 2555 บอกได้คำเดียวว่าคุ้มมากๆ ใครยังไม่มีตัวไหน ใครขาดตัวไหน ไปจัดกันได้ บอกได้เลยว่า กฎหมายทุกตัวถูกปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยที่สุด ไม่ได้ copy จาก web แล้วเอามาขายกัน เราผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากนักกฎหมายมืออาชีพครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>สวนกระแสค่าครองชีพแพง และ ต้อนรับหน้าฝน</p>
<p>Promotion ส่งเสริมความรู้กฎหมายแบบตัวจริง<br />
จากราคา 9.99 USD -&gt; 7.99 USD และ 5.99 USD -&gt; 4.99 USD<br />
เพียง 3 วันเท่านั้น 28,29,30 สิงหาคม 2555</p>
<p>บอกได้คำเดียวว่าคุ้มมากๆ ใครยังไม่มีตัวไหน ใครขาดตัวไหน<br />
ไปจัดกันได้ บอกได้เลยว่า กฎหมายทุกตัวถูกปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยที่สุด<br />
ไม่ได้ copy จาก web แล้วเอามาขายกัน<br />
เราผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากนักกฎหมายมืออาชีพครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/166/promotion-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิผู้บริโภคเร่ง รบ.ออก กม.ตั้งกองทุนอิสระเยียวยาผู้ป่วย ยกกรณีผ่าต้อกระจกตาบอดเป็นตัวอย่าง</title>
		<link>http://www.kodmay.com/161/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/161/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Apr 2012 09:30:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[app กฏหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[กฏหมาย iPad]]></category>
		<category><![CDATA[กฏหมาย iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวกฏหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ กฏหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=161</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันออกกฎหมายกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข ให้สำนักงานกองทุนเป็นอิสระจาก สธ. ค้านขึ้นกับกรมสนับสนุนบริการสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2553 เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันออกกฎหมายกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข เป็นหน่วยงานอิสระจากกระทรวงสาธาณณสุขเพื่อให้สามารถเยียวยาผู้เสียหายให้กับผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การเรียกร้องดังกล่าวได้หยิบยกเรื่องที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นผ่าตัดตาต้อกระจกให้ผู้ป่วยจำนวน 28 ราย ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2552 และหลังผ่าตัดพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวน 11 ราย และตาบอด 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในสิทธิหลักประกันสุขภาพ 7 ราย และสิทธิข้าราชการ 4 รายมาเป็นกรณีตัวอย่างซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายผู้ป่วยตาต้อกระจกที่ขอนแก่นเบื้องต้น ตามมาตรา 41 ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ในสิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จำนวน 7 ราย ๆ โดยกรณีทุพพลภาพถาวรนั้นจะได้รับการช่วยเหลือได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย อย่างไรก็ตามเนื่องจาก พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 41 ให้มีการกันเงินไว้ไม่เกินร้อยละ 1 ในการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณสุข โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันออกกฎหมายกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข ให้สำนักงานกองทุนเป็นอิสระจาก สธ. ค้านขึ้นกับกรมสนับสนุนบริการสาธารณสุข</p>
<p>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2553 เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันออกกฎหมายกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข เป็นหน่วยงานอิสระจากกระทรวงสาธาณณสุขเพื่อให้สามารถเยียวยาผู้เสียหายให้กับผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ<span id="more-161"></span></p>
<p>ทั้งนี้การเรียกร้องดังกล่าวได้หยิบยกเรื่องที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นผ่าตัดตาต้อกระจกให้ผู้ป่วยจำนวน 28 ราย ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2552 และหลังผ่าตัดพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวน 11 ราย และตาบอด 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในสิทธิหลักประกันสุขภาพ 7 ราย และสิทธิข้าราชการ 4 รายมาเป็นกรณีตัวอย่างซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายผู้ป่วยตาต้อกระจกที่ขอนแก่นเบื้องต้น ตามมาตรา 41 ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ในสิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จำนวน 7 ราย ๆ โดยกรณีทุพพลภาพถาวรนั้นจะได้รับการช่วยเหลือได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย</p>
<p>อย่างไรก็ตามเนื่องจาก พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545  มาตรา 41  ให้มีการกันเงินไว้ไม่เกินร้อยละ 1 ในการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณสุข โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด และปัจจุบันมีกลไกการพิจารณาอนุมัติในทุกจังหวัดโดยคณะอนุกรรมการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ที่มีองค์ประกอบของผู้รับบริการ ผู้ให้บริการในสัดส่วนที่เท่ากัน และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายดังนี้</p>
<p>เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายเงินไม่เกิน 200,000 บาท</p>
<p>สูญเสียอวัยวะ หรือพิการ จ่ายเงินไม่เกิน 120,000 บาท</p>
<p>บาดเจ็บหรือ เจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินไม่เกิน 50,000 บาท</p>
<p>แต่กองทุนตามกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ครอบคลุมระบบหลักประกันในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ระบบสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม นอกจากนี้การช่วยเหลือเบื้องต้นยังมีความจำกัดในเรื่องวงเงินงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขที่เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p>ปัจจุบันร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข ได้ถูกนำเสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10,000 รายชื่อ ต่อประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 และรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอกฎหมายนี้เช่นเดียวกัน แต่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้กองทุนคุ้มครองผู้เสียหายมีสำนักงานภายใต้กรมสนับสนุนบริการสาธารณสุข</p>
<p>แต่จากข้อเท็จจริงในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายในหลายกรณี เช่นกรณีโรงพยาบาลขอนแก่น จึงไม่อยู่ในฐานะที่เป็นกลาง และไม่ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และองค์กรผู้บริโภค</p>
<p>จึงเรียกร้องให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีสำนักงานที่มีความเป็นกลาง เป็นอิสระ และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อประสิทธิภาพในการให้การช่วยเหลือ ชดเชย และเยียวยาความเสียหายตลอดตนลดความขัดแย้ง</p>
<p>ที่มา : http://www.lawsiam.com/?name=news&#038;file=readnews&#038;id=75</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/161/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีสมัคร iTune Account เพื่อ Download Application</title>
		<link>http://www.kodmay.com/119/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-itune-account-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-download-application/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/119/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-itune-account-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-download-application/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Apr 2011 16:17:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[iTune]]></category>
		<category><![CDATA[Register]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณใช้ iPhone, iPod Touch หรือ iPad ก็ตาม คุณจำเป็นต้องมี Account ของ iTunes Store ไว้ใช้ประจำตัวเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ตอนนี้บางคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า iTunes Store คืออะไร ทำไมถึงต้องสมัคร คำตอบก็คือ iTunes Store เปรียบเสมือนตลาดและศูนย์รวม ไม่ว่าจะเป็นเพลง, วิดีโอ, ภาพยนตร์, ซีรี่ย์, รายการทีวี, Podcasts, Audiobooks, และ Application ต่างๆ เหตุผลที่ต้องสมัครก็คือเพื่อเอาไว้ดาวน์โหลด Application ต่างๆที่คุณสนใจไว้สำหรับใช้บนเครื่อง iPhone, iPod Touch หรือ iPad ของคุณ การดาวน์โหลด Application นั้นก็มีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบเสียเงินและแบบฟรี โดยถ้าเป็นแบบเสียเงินก็สามารถชำระเงินได้โดยการหักผ่าน บัตรเครดิต, iTunes Gift Card และ บัตร Debit Card (*หมายเหตุ : [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณใช้ iPhone, iPod Touch หรือ iPad ก็ตาม คุณจำเป็นต้องมี Account  ของ iTunes Store ไว้ใช้ประจำตัวเป็นของตัวเองอยู่แล้ว  ตอนนี้บางคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า iTunes Store คืออะไร ทำไมถึงต้องสมัคร  คำตอบก็คือ iTunes Store เปรียบเสมือนตลาดและศูนย์รวม ไม่ว่าจะเป็นเพลง,  วิดีโอ, ภาพยนตร์, ซีรี่ย์, รายการทีวี, Podcasts, Audiobooks, และ  Application ต่างๆ เหตุผลที่ต้องสมัครก็คือเพื่อเอาไว้ดาวน์โหลด  Application ต่างๆที่คุณสนใจไว้สำหรับใช้บนเครื่อง iPhone, iPod Touch หรือ  iPad ของคุณ<br />
<span id="more-119"></span></p>
<p>การดาวน์โหลด Application นั้นก็มีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบเสียเงินและแบบฟรี  โดยถ้าเป็นแบบเสียเงินก็สามารถชำระเงินได้โดยการหักผ่าน บัตรเครดิต,  iTunes Gift Card และ บัตร Debit Card (*หมายเหตุ : บัตร Debit Card  รองรับเฉพาะบางธนาคาร และสามารถใช้ได้เฉพาะ Account ของ iTunes Store  Thailand เท่านั้น)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนี้ผมก็อยากจะสาธิตวิธีการสมัคร Account ของ  iTunes Store Thailand  ให้คุณทุกคนได้ทราบกัน  โดยเป็นขั้นตอนวิธีการสมัครแบบละเอียดเพื่อง่ายต่อการเข้าใจครับ (*หมายเหตุ  วิธีการสมัครนี้เป็นการสมัครแบบฟรีโดยไม่ต้องกรอกเลขบัตรเครดิต)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/how%20to%201.png" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1) เปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมาก่อนอันดับแรก จากนั้น คลิกที่ iTunes Store แทบซ้ายมือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_2.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2) ให้ท่านลองตรวจดูก่อนว่ากำลังอยู่ iTunes Store Thailand หรือไม่  โดยให้ท่านลองเลื่อน Scroll bar ลงไปดูด่านล่าง หากเป็นธงชาติไทยดังภาพ  ถือว่าถูกต้อง ให้ข้ามไปข้อที่ 4 ได้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_3.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3) แต่ถ้าหากเป็นธงชาติของประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย ตัวอย่างเช่น  ถ้าเป็นของประเทศสหรัฐอเมริกาดังภาพ ให้ไปคลิกที่ Change Country  ใต้คอลัมน์ Manage</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_3_1.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3.1)หลังจากนั้นให้คลิกเลือกที่  Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_4.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>4) หลังจากนั้นจะปรากฏหน้า Home ของ iTunes Store Thailand  ให้คุณคลิกเลือก Free apps มาสัก 1 app จากแทบทางด้านขวามือ  ตัวอย่างนี้ผมขอเลือกเป็น Angry Birds Seasons Free นะครับ แต่คุณจะเลือก  app ตัวไหนก็ได้ แต่ขอให้มันเป็น Free apps ก็พอครับ  หลังจากนั้นให้คุณคลิกที่ Free</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_5.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>5) คลิกที่ Create New Account</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_6.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>6) หลังจากที่คลิก Create New Account ก็จะเข้าสู่หน้า ขอต้อนรับสู่ iTunes Store จากนั้นให้คุณ คลิกที่ Continue</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_7.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>7)  จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ  Apple ให้คุณคลิกที่ช่องสี่เหลี่ยม หน้าข้อความ  “ฉันได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว” เสร็จแล้วให้คลิกที่  Continue</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_8.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>8) หน้านี้ก็จะให้คุณการกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ</p>
<p>- Email : ให้ใส่อีเมลของคุณ<br />
- Password :  ให้ใส่รหัสผ่านที่คุณต้องการตั้งเป็นรหัสผ่านของคุณ  โดยรหัสผ่านของคุณต้องมี 8 ตัวอักษรรวมถึงตัวเลข  ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวอักษรตัวพิมพ์เล็ก  โดยรหัสผ่านตัวแรกต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น  ห้ามเว้นช่องว่างหรือใช้ตัวอักษรเดียวกัน 3 ครั้งในแถว<br />
- Verify : ให้ใส่ Password อีกครั้ง</p>
<p>ต่อไป iTunes จะบอกให้คุณตั้งคำถามและใส่คำตอบเพื่อยืนยันตัวตนของคุณหากคุณลืมรหัสผ่าน</p>
<p>- Question : ให้คุณตั้งคำถามไว้ใช้สำหรับเวลาที่คุณลืม Password<br />
- Answer : คำตอบจากคำถามที่ตั้งไป</p>
<p>จากนั้นให้คุณกรอกวันเดือนปีเกิดของคุณ</p>
<p>เมื่อกรอกข้อมูลครบเรียบร้อย  ต่อไปเค้าจะถามคุณว่าต้องการรับข้อมูลข่าวสาร,ข้อเสนอพิเศษ  และข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการจากแอปเปิ้ลหรือไม่ หากว่าคุณต้องการ  ให้คลิกที่ Continue ได้เลย  แต่หากคุณไม่ต้องการให้คลิกเลือกที่เครื่องหมายถูกต้องออกไป แล้วคลิกที่  Continue</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_9.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>9) หน้านี้จะเป็นวิธีการชำระเงินต่างๆ<br />
- Payment Method  หรือวิธีการชำระเงิน ให้คุณเลือก None (*หมายเหตุ ถ้าสมัคร Account  แบบโดยตรง โดยการ Create New Account เลย โดยไม่ได้ทำตามวิธีที่ได้แนะนำ  จะไม่มีตัวเลือก None ปรากฏให้เลือก)</p>
<p>ถัดลงมาเป็นที่อยู่ให้คุณกรอกรายละเอียด</p>
<p>- Title คำนำหน้า<br />
- First Name ชื่อจริง<br />
- Last Name นามสกุล<br />
- Address ที่อยู่ปัจจุบัน<br />
- Town จังหวัด<br />
- Postcode รหัสไปรษณีย์<br />
- Phone หมายเลขโทรศัพท์ ช่องแรกใส่ตัวเลขแค่ 3 หลักเท่านั้น</p>
<p>หลังจากกรอกข้อมูลครบแล้ว ให้คลิกที่ Continue</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_10.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>10) หน้านี้จะบอกให้คุณยืนยันที่อยู่ของอีเมลที่คุณได้สมัคร Account ของ iTunes Store เอาไว้ ให้คุณไปเช็คที่อีเมลของคุณเพื่อยืนยัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_11.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>11) เมื่อคุณเข้าไปยังกล่องจดหมายของอีเมลที่คุณได้สมัครเอาไว้  จะมีชื่อจดหมายที่มีชื่อหัวข้อว่า Please Verify the contact email address  for Apple ID ให้คุณคลิกที่ Verify Now &gt;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_12.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>12) จากนั้นก็จะมาสู่หน้า My Apple ID  ให้คุณกรอกอีเมลพร้อมทั้งกรอกรหัสผ่าน  รหัสผ่านนี้เป็นรหัสผ่านเดียวกับตอนที่คุณได้สมัคร iTunes Store  ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากกรอกข้อมูลครบแล้ว ให้คลิกที่ Verify Address</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_13.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>13) เมื่อยืนยันข้อมูลอีเมลสำเร็จก็จะเป็นดังภาพ หลังจากนั้นคลิกที่ Return to the Store</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.iphone4society.com/images/stories/tip/itunes_account_14.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>14) หลังจากนั้นก็จะมาพบกับหน้า iTunes Store และปรากฏหน้าแสดงความยินดี  พร้อมทั้งบอกว่า คุณได้สมัคร Apple ID ของคุณเรียบร้อยแล้ว  จากนั้นก็คลิกที่ Done</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อคุณสมัคร Account ของ iTunes Store เสร็จเรียบร้อย  เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถดาวน์โหลด application  ที่คุณสนใจหรือต้องการไว้เล่นบนเครื่อง iPhone, iPod Touch หรือ iPad  ได้อย่างไม่รู้จบแล้วล่ะครับ หลังจากอ่านบทความจบแล้ว  หากต้องการพูดคุยกับทีมงาน ติดต่อได้ทั้งทาง Facebook ที่<a href="http://www.facebook.com/iPhone4Society"> FaceBook iPhone4Society</a> กับ Twitter Page ที่ @iphone4society พวกเราทีมงานทุกๆ คน พร้อมพูดคุยและตอบคำถามเสมอครับ ^^</p>
<p>ที่มา : http://www.iphone4society.com/tips/How-To-Make-iTunes-Account</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/119/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-itune-account-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-download-application/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบเนติบัณฑิต กฎหมายอาญา ปี 58-62</title>
		<link>http://www.kodmay.com/93/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/93/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Apr 2011 17:48:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบเนติบัณฑิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[58]]></category>
		<category><![CDATA[59]]></category>
		<category><![CDATA[60]]></category>
		<category><![CDATA[61]]></category>
		<category><![CDATA[62]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาค 1]]></category>
		<category><![CDATA[สมัย]]></category>
		<category><![CDATA[เนติบัณฑิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[ตามลิงค์มาทางนี้ครับ ข้อสอบเนติบัณฑิต ภาค 1 พ.ศ.2546 ปีการศึกษา 56 aya_1-58 aya_1-59 aya_1-60 aya_1-61 aya_1-62]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ตามลิงค์มาทางนี้ครับ</p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-56.pdf">ข้อสอบเนติบัณฑิต ภาค 1 พ.ศ.2546 ปีการศึกษา 56</a></p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-58.pdf">aya_1-58</a></p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-58.pdf"></a><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-59.pdf">aya_1-59</a></p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-60.pdf">aya_1-60</a></p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-61.pdf">aya_1-61</a></p>
<p><a href="http://www.kodmay.com/wp-content/uploads/2011/04/aya_1-62.pdf">aya_1-62</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/93/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม</title>
		<link>http://www.kodmay.com/83/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-9/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/83/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Apr 2011 07:56:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบอัยการผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำพิพากษา]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรมนูญศาลยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[นายสมยื่นฟ้องนายดำต่อศาลแขวงพิษณุโลก ขอให้ลงโทษฐานปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ผู้พิพากษาอาวุโสขึ้นนั่งพิจารณาคดีเพียงคนเดียว (ก) ปรากฏว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด จึงพิพากษายกฟ้อง กรณีหนึ่ง หรือ (ข) ปรากฏในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงมีคำสั่งประทับฟ้อง อีกกรณีหนึ่ง ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำพิพากษาและคำสั่งตามกรณีทั้งสองดังกล่าวชอบด้วยพระธรรมนูญศาล   ยุติธรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด ธงคำตอบ (ก)  พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17  ประกอบด้วย มาตรา 25 (5) บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างสูงไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในศาลชั้นต้นผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจ  ไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 25 (3) และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามมาตรา 25 (5) แต่จะลงโทษจำคุกเกินหกเดือนหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทไม่ได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องและพิพากษายกฟ้อง จึงมิใช่การลงโทษเกินกว่าอัตราที่กำหนดและอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตาม         พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) (5) ทั้งผู้พิพากษาอาวุโสไม่ได้มีข้อจำกัดดังผู้พิพากษา ประจำศาล ตามมาตรา 25 วรรคท้าย  คำพิพากษาดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว (ข) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264  ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษาได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 17 และมาตรา 25(5) แม้จะได้ความในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี  ซึ่งเกินอำนาจศาลแขวงก็ตาม ก็เป็นเรื่องโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษ เป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาและมีคำสั่งประทับฟ้อง จึงอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) และมาตรา 24 (2) คำสั่งดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>นายสมยื่นฟ้องนายดำต่อศาลแขวงพิษณุโลก ขอให้ลงโทษฐานปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ผู้พิพากษาอาวุโสขึ้นนั่งพิจารณาคดีเพียงคนเดียว</p>
<p>(ก) ปรากฏว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด จึงพิพากษายกฟ้อง กรณีหนึ่ง หรือ</p>
<p>(ข) ปรากฏในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงมีคำสั่งประทับฟ้อง อีกกรณีหนึ่ง</p>
<p>ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำพิพากษาและคำสั่งตามกรณีทั้งสองดังกล่าวชอบด้วยพระธรรมนูญศาล   ยุติธรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด</p>
<p><span id="more-83"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ธงคำตอบ</span></strong></p>
<p>(ก)  พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17  ประกอบด้วย มาตรา 25 (5) บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างสูงไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในศาลชั้นต้นผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจ  ไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 25 (3) และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามมาตรา 25 (5) แต่จะลงโทษจำคุกเกินหกเดือนหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทไม่ได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องและพิพากษายกฟ้อง จึงมิใช่การลงโทษเกินกว่าอัตราที่กำหนดและอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตาม         พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) (5) ทั้งผู้พิพากษาอาวุโสไม่ได้มีข้อจำกัดดังผู้พิพากษา ประจำศาล ตามมาตรา 25 วรรคท้าย  คำพิพากษาดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว</p>
<p>(ข) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264  ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษาได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 17 และมาตรา 25(5) แม้จะได้ความในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี  ซึ่งเกินอำนาจศาลแขวงก็ตาม ก็เป็นเรื่องโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษ เป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาและมีคำสั่งประทับฟ้อง จึงอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) และมาตรา 24 (2) คำสั่งดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/83/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 วิแพ่ง ม.87(2),90,94(ก)</title>
		<link>http://www.kodmay.com/81/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-8/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/81/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Apr 2011 07:35:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบอัยการผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีพิจารณาความ]]></category>
		<category><![CDATA[อัยการ]]></category>
		<category><![CDATA[อาญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[คดีแพ่งเรื่องหนึ่ง นายสินมอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจากนายศักดิ์ ในคำฟ้องทนายโจทก์ได้แนบภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายสมบูรณ์ฟ้องคดีในคดีอื่น ในระหว่างการพิจารณา ทนายโจทก์นำสืบว่าภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องมิใช่ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องในคดีนี้ ส่วนภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องในคดีนี้ได้แนบไปกับท้ายฟ้องคดีอื่นสลับกัน และได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจทั้งสองประกอบคำเบิกความของนายทรัพย์ว่านายสินได้มอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้จริง ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าศาลจะรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่านายสินได้มอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้แทนนายสินได้หรือไม่ ธงคำตอบ ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องและต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายสมบูรณ์ฟ้องคดี มิใช่หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ จึงไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ว่ามีการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ได้ ส่วนต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ก็มิได้ส่งสำเนาล่วงหน้าแก่ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) จึงถือว่าโจทก์ไม่มีพยานเอกสารมาแสดงให้เห็นถึงการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นการที่ต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง จึงเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง คำเบิกความของนายทรัพย์เป็นพยานบุคคล จึงไม่สามารถรับฟังแทนพยานเอกสารโดยไม่มีพยานเอกสารมาแสดงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ก)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>คดีแพ่งเรื่องหนึ่ง นายสินมอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจากนายศักดิ์ ในคำฟ้องทนายโจทก์ได้แนบภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายสมบูรณ์ฟ้องคดีในคดีอื่น ในระหว่างการพิจารณา ทนายโจทก์นำสืบว่าภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องมิใช่ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องในคดีนี้ ส่วนภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องในคดีนี้ได้แนบไปกับท้ายฟ้องคดีอื่นสลับกัน และได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจทั้งสองประกอบคำเบิกความของนายทรัพย์ว่านายสินได้มอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้จริง<br />
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าศาลจะรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่านายสินได้มอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้แทนนายสินได้หรือไม่</p>
<p><span id="more-81"></span></p>
<p style="text-align: left;">ธงคำตอบ<br />
ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องและต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายสมบูรณ์ฟ้องคดี มิใช่หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ จึงไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ว่ามีการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ได้<br />
ส่วนต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่นายสินมอบอำนาจให้นายทรัพย์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ก็มิได้ส่งสำเนาล่วงหน้าแก่ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) จึงถือว่าโจทก์ไม่มีพยานเอกสารมาแสดงให้เห็นถึงการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้<br />
การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นการที่ต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง จึงเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง คำเบิกความของนายทรัพย์เป็นพยานบุคคล จึงไม่สามารถรับฟังแทนพยานเอกสารโดยไม่มีพยานเอกสารมาแสดงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ก)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/81/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ.2545 แปลภาษาอังกฤษ</title>
		<link>http://www.kodmay.com/62/62/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/62/62/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 09:03:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[นักกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิพากษา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[คำถาม ให้แปลเป็นภาษาไทย (ไม่ต้องแปลข้อความในวงเล็บ) I still have another suggestion to offer. It is above and Beyond man-made law just mentioned. It is “the Law of Karma&#8221; which is one of the fundamental precepts of Buddhism. Perhaps we may call it “a divine law&#8221;. It is the law of cause and effect, perfect in its outworking throughout all human [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>คำถาม</strong></p>
<p>ให้แปลเป็นภาษาไทย (ไม่ต้องแปลข้อความในวงเล็บ)</p>
<p>I still have another suggestion to offer. It is above and Beyond man-made law just mentioned. It is “the Law of Karma&#8221; which is one of the fundamental precepts of Buddhism. Perhaps we may call it “a divine law&#8221;. It is the law of cause and effect, perfect in its outworking throughout all human life.No one can take away from you whatever good you do. You will always be rewarded for that. Neither can any one help you out of your bad deeds.You will have บo pay for each of them. My money that is ill earned, or an advantage that is ill gained will somehow some day disappear without trace.Whenever another man has done you harm or injustice. you need not stand for your rights. The harm or in justice done to you will be knighted by this exact Law of Karma. This is the way the divine law works for you and for everyone.(Excerpt from The Good Lawyer, a lecture delivered by His Excellency Mr. Tanin Kraivixien, privy councilor and professor of Law)</p>
<p><span id="more-62"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ธงคำตอบ</strong></p>
<p>ข้าพเจ้ายังมีข้อเสนอแนะอีกอย่างหนึ่งที่จะให้ นั่นคือ &#8220;กฎแห่งกรรม&#8221; อันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือและล้ำลึกกว่ากฎหมายที่เพิ่งกล่าวถึง ซึ่งตราขึ้นโดยมนุษย์ และเป็นคติธรรมพื้นฐาน ประการหนึ่งของพุทธศาสนา บางทีเราอาจเรียกสิ่งนี้ว่า &#8220;กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ &#8221; อันเป็นกฎของเหตุกับผล และมีความถูกต้องสมบูรณ์แบบในการบังคับใช้ตลอดชั่วอายุขัยของมนุษย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/62/62/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ.2545 ปวิพ.ม.4 ตรี,4 ทวิ</title>
		<link>http://www.kodmay.com/59/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9-2/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/59/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 08:57:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[4 ตรี]]></category>
		<category><![CDATA[4 ทวิ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีพิจารณาความแพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=59</guid>
		<description><![CDATA[นายยอดคนสัญชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำพูน ได้พบกับนายเยี่ยมคนสัญชาติไทยซึ่งย้ายไปมีภูมิลำเนาอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 3 ปีแล้ว ขณะอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์กนายยอดได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดิน 1 แปลง ของนายเยี่ยมในราคา 5,000,000 บาท ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายยอดได้วางเงินมัดจำไว้แล้ว 500,000 บาท ต่อมานายเยี่ยมผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่นายยอดภายในกำหนด และนายยอดได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ให้วินิจฉัยว่า นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายอีก 100,000 บาท ต่อศาลใดได้บ้าง ธงคำตอบ การที่นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องมาจากนายเยี่ยมผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้นเป็นคำฟ้องบังคับตัวจำเลยซึ่งเป็นหนี้เหนือบุคคล มิได้บังคับเอาแก่ตัวอสังหาริมทรัพย์ จึงมิใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิ หรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ ที่นายยอดจะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินของนายเยี่ยม ตั้งอยู่ในเขตศาลตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1599/2529) เมื่อนายเยี่ยม จำเลย มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร และสัญญาระหว่าง นายยอดและนายเยี่ยมทำขึ้นที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นใน ราชอาณาจักร แต่นายยอด โจทก์ เป็นผู้มีสัญชาติไทย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ตรี วรรคหนึ่ง นายยอดจึงมีสิทธิเสนอคำฟ้องต่อศาลแพ่งหรือต่อศาลจังหวัดลำพูนอันเป็นศาลที่นายยอด โจทก์ มีภูมิลำเนาก็ได้ และเมื่อที่ดินของนายเยี่ยมจำเลยตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรณีจึงถือได้ว่านายเยี่ยม จำเลย มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักร นายยอด โจทก์ จึงมีสิทธิที่จะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินตั้งอยู่ในเขตศาลตามมาตรา 4 [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>นายยอดคนสัญชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำพูน ได้พบกับนายเยี่ยมคนสัญชาติไทยซึ่งย้ายไปมีภูมิลำเนาอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 3 ปีแล้ว ขณะอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์กนายยอดได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดิน 1 แปลง ของนายเยี่ยมในราคา 5,000,000 บาท ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายยอดได้วางเงินมัดจำไว้แล้ว 500,000 บาท ต่อมานายเยี่ยมผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่นายยอดภายในกำหนด และนายยอดได้บอกเลิกสัญญาแล้ว</p>
<p>ให้วินิจฉัยว่า นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายอีก 100,000 บาท ต่อศาลใดได้บ้าง</p>
<p><span id="more-59"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ธงคำตอบ</strong></p>
<p>การที่นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องมาจากนายเยี่ยมผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้นเป็นคำฟ้องบังคับตัวจำเลยซึ่งเป็นหนี้เหนือบุคคล มิได้บังคับเอาแก่ตัวอสังหาริมทรัพย์ จึงมิใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิ หรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ ที่นายยอดจะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินของนายเยี่ยม ตั้งอยู่ในเขตศาลตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1599/2529) เมื่อนายเยี่ยม จำเลย มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร และสัญญาระหว่าง นายยอดและนายเยี่ยมทำขึ้นที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นใน</p>
<p>ราชอาณาจักร แต่นายยอด โจทก์ เป็นผู้มีสัญชาติไทย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ตรี วรรคหนึ่ง นายยอดจึงมีสิทธิเสนอคำฟ้องต่อศาลแพ่งหรือต่อศาลจังหวัดลำพูนอันเป็นศาลที่นายยอด โจทก์ มีภูมิลำเนาก็ได้ และเมื่อที่ดินของนายเยี่ยมจำเลยตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรณีจึงถือได้ว่านายเยี่ยม จำเลย มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักร นายยอด โจทก์ จึงมีสิทธิที่จะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินตั้งอยู่ในเขตศาลตามมาตรา 4 ตรี วรรคสอง ได้อีกด้วย นายยอดจึงมีสิทธิฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ หรือต่อศาลแพ่ง หรือต่อศาลจังหวัดลำพูนก็ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/59/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 ผู้จัดการมรดก</title>
		<link>http://www.kodmay.com/55/55/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/55/55/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 08:31:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบอัยการผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[1612]]></category>
		<category><![CDATA[1713]]></category>
		<category><![CDATA[1750]]></category>
		<category><![CDATA[852]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[แพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[คำถาม ผู้ตายมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายสามคน คือ นายดำ นายแดง และนายขาว หลังจาก    ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นายชมพูได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่นายชมพูได้ยักยอกทรัพย์มรดกไปใช้ส่วนตัว นายดำ นายแดง และนายขาวจึงปรึกษาหารือทำบันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาวและยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียว และลงชื่อไว้  หลังจากนั้นนายขาวได้ร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนนายชมพูออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำร้องขอของนายขาว คดีถึงที่สุด หลังจากนั้นนายดำยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งนายแดงเป็น      ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย นายขาวยื่นคำร้องคัดค้าน ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายดำมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ธงคำตอบ บันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่นายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาว และยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวนั้น      เป็นการเจาะจงให้ทรัพย์มรดกส่วนของตนตกให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการสละมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 แต่อย่างไรก็ดี แม้ข้อตกลงระหว่างนายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง  จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย     ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ประกอบมาตรา 852 ดังนั้น เมื่อนายดำไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพราะผลของการทำสัญญาทำให้นายดำและนายแดงหมดสิทธิตามที่แสดงเจตนาไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 และมาตรา 1713]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>คำถาม</strong></p>
<p>ผู้ตายมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายสามคน คือ นายดำ นายแดง และนายขาว หลังจาก    ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นายชมพูได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่นายชมพูได้ยักยอกทรัพย์มรดกไปใช้ส่วนตัว นายดำ นายแดง และนายขาวจึงปรึกษาหารือทำบันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาวและยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียว และลงชื่อไว้  หลังจากนั้นนายขาวได้ร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนนายชมพูออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำร้องขอของนายขาว คดีถึงที่สุด หลังจากนั้นนายดำยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งนายแดงเป็น      ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย นายขาวยื่นคำร้องคัดค้าน</p>
<p>ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายดำมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด</p>
<p><span id="more-55"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ธงคำตอบ</strong></p>
<p>บันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่นายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาว และยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวนั้น      เป็นการเจาะจงให้ทรัพย์มรดกส่วนของตนตกให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการสละมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612</p>
<p>แต่อย่างไรก็ดี แม้ข้อตกลงระหว่างนายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง  จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย     ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ประกอบมาตรา 852</p>
<p>ดังนั้น เมื่อนายดำไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพราะผลของการทำสัญญาทำให้นายดำและนายแดงหมดสิทธิตามที่แสดงเจตนาไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 และมาตรา 1713</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/55/55/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 มรดก</title>
		<link>http://www.kodmay.com/53/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-7/</link>
		<comments>http://www.kodmay.com/53/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 08:28:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสอบอัยการผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[1461]]></category>
		<category><![CDATA[1564]]></category>
		<category><![CDATA[1627]]></category>
		<category><![CDATA[1649]]></category>
		<category><![CDATA[420]]></category>
		<category><![CDATA[426]]></category>
		<category><![CDATA[443]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[แพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kodmay.com/?p=53</guid>
		<description><![CDATA[นายสมบูรณ์จดทะเบียนสมรสกับนางสมศรีและมีบุตร 1 คน คือ นายสมเดช ซึ่งได้สมรสและแยกไปอยู่กับภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายที่ต่างจังหวัด นายสมบูรณ์แอบไปได้เสียกับนางสาวสมสวาท มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กชายสมพงษ์ และนายสมบูรณ์เป็นผู้แจ้งการเกิดของเด็กชายสมพงษ์ ว่าตนเป็นบิดาและให้ใช้นามสกุลของตน ต่อมาขณะที่นายโตซึ่งเป็นลูกจ้างของนายเบิ้มขับรถไปส่งสินค้าให้นายเบิ้ม นายโตได้ขับรถโดยประมาทชนนายสมบูรณ์ได้รับบาดเจ็บและสลบไป นายโตกลัวความผิดจึงนำนายสมบูรณ์ไปทิ้งไว้ในคูน้ำเป็นเหตุให้นายสมบูรณ์ถึงแก่ความตาย นายสมเดชและเด็กชายสมพงษ์ทราบว่าบิดาเสียชีวิตจึงได้ร่วมกับนางสมศรีจัดงานศพของนายสมบูรณ์ ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านางสมศรี นายสมเดช และเด็กชายสมพงษ์ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะจากนายโตได้หรือไม่ เพียงใด และนายเบิ้มจะต้องรับผิดชดใช้ค่า      สินไหมทดแทนดังกล่าวร่วมกับนายโตหรือไม่ หรือต้องรับผิดอย่างใดต่อบุคคลทั้งสาม เพราะเหตุใด ธงคำตอบ กรณีนางสมศรี เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมบูรณ์ ผู้ตาย จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629 และมีอำนาจหน้าที่จัดการศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพจากนายโตผู้กระทำละเมิดทำให้นายสมบูรณ์เจ้ามรดกถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก และเมื่อนางสมศรีและนายสมบูรณ์เป็นสามีภริยามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูกันตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 นางสมศรีจึงมีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากนายโตผู้กระทำละเมิด ตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 443 วรรคท้ายอีกด้วย กรณีนายสมเดช เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสมบูรณ์ ผู้ตาย เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกและมีอำนาจหน้าที่จัดการศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพจากนายโตผู้กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก อย่างไรก็ดี แม้นายสมบูรณ์ ผู้ตายเป็นบิดามี  หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูนายสมเดชซึ่งเป็นบุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์หรือเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็น        ผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 ก็ตาม แต่เมื่อ  นายสมเดชได้แต่งงานไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว นายสมบูรณ์จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูนายสมเดช ดังนั้น นายสมเดชจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะจากนายโต กรณี ด.ช.สมพงษ์ เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>นายสมบูรณ์จดทะเบียนสมรสกับนางสมศรีและมีบุตร 1 คน คือ นายสมเดช ซึ่งได้สมรสและแยกไปอยู่กับภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายที่ต่างจังหวัด นายสมบูรณ์แอบไปได้เสียกับนางสาวสมสวาท มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กชายสมพงษ์ และนายสมบูรณ์เป็นผู้แจ้งการเกิดของเด็กชายสมพงษ์ ว่าตนเป็นบิดาและให้ใช้นามสกุลของตน ต่อมาขณะที่นายโตซึ่งเป็นลูกจ้างของนายเบิ้มขับรถไปส่งสินค้าให้นายเบิ้ม นายโตได้ขับรถโดยประมาทชนนายสมบูรณ์ได้รับบาดเจ็บและสลบไป นายโตกลัวความผิดจึงนำนายสมบูรณ์ไปทิ้งไว้ในคูน้ำเป็นเหตุให้นายสมบูรณ์ถึงแก่ความตาย นายสมเดชและเด็กชายสมพงษ์ทราบว่าบิดาเสียชีวิตจึงได้ร่วมกับนางสมศรีจัดงานศพของนายสมบูรณ์</p>
<p>ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านางสมศรี นายสมเดช และเด็กชายสมพงษ์ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะจากนายโตได้หรือไม่ เพียงใด และนายเบิ้มจะต้องรับผิดชดใช้ค่า      สินไหมทดแทนดังกล่าวร่วมกับนายโตหรือไม่ หรือต้องรับผิดอย่างใดต่อบุคคลทั้งสาม เพราะเหตุใด</p>
<p><span id="more-53"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ธงคำตอบ</strong></p>
<p>กรณีนางสมศรี เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมบูรณ์ ผู้ตาย จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629 และมีอำนาจหน้าที่จัดการศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพจากนายโตผู้กระทำละเมิดทำให้นายสมบูรณ์เจ้ามรดกถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก และเมื่อนางสมศรีและนายสมบูรณ์เป็นสามีภริยามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูกันตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 นางสมศรีจึงมีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากนายโตผู้กระทำละเมิด ตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 443 วรรคท้ายอีกด้วย</p>
<p>กรณีนายสมเดช เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสมบูรณ์ ผู้ตาย เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกและมีอำนาจหน้าที่จัดการศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพจากนายโตผู้กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก อย่างไรก็ดี แม้นายสมบูรณ์ ผู้ตายเป็นบิดามี  หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูนายสมเดชซึ่งเป็นบุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์หรือเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็น        ผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 ก็ตาม แต่เมื่อ  นายสมเดชได้แต่งงานไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว นายสมบูรณ์จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูนายสมเดช ดังนั้น นายสมเดชจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะจากนายโต</p>
<p>กรณี ด.ช.สมพงษ์ เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 จึงมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายและมีอำนาจหน้าที่จัดการศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1649 ดังนั้น ด.ช.สมพงษ์ จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก แต่นายสมบูรณ์มิได้มีหน้าที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดู ด.ช.สมพงษ์ เพราะมิได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสมบูรณ์ ดังนั้น ด.ช.สมพงษ์ จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากนายโต</p>
<p>กรณีนายเบิ้ม เป็นนายจ้างของนายโต ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดที่นายโตลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 426 จึงต้องร่วมรับผิดในเหตุที่นายโตขับรถชนนายสมบูรณ์ได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อเหตุแห่งการตายของนายสมบูรณ์เกิดจากการที่นายโตนำนายสมบูรณ์ไปทิ้งในคูน้ำซึ่งมิใช่เป็นการกระทำในทางการที่จ้าง นายเบิ้มจึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับนายโตในค่าสินไหมทดแทนกรณีทำให้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 ได้แก่ค่าปลงศพ และค่าขาดไร้อุปการะแต่อย่างใด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kodmay.com/53/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%9e-%e0%b8%a8-2548-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
