ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

นายสมยื่นฟ้องนายดำต่อศาลแขวงพิษณุโลก ขอให้ลงโทษฐานปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ผู้พิพากษาอาวุโสขึ้นนั่งพิจารณาคดีเพียงคนเดียว

(ก) ปรากฏว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด จึงพิพากษายกฟ้อง กรณีหนึ่ง หรือ

(ข) ปรากฏในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงมีคำสั่งประทับฟ้อง อีกกรณีหนึ่ง

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำพิพากษาและคำสั่งตามกรณีทั้งสองดังกล่าวชอบด้วยพระธรรมนูญศาล   ยุติธรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

(ก)  พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17  ประกอบด้วย มาตรา 25 (5) บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างสูงไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในศาลชั้นต้นผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจ  ไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 25 (3) และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามมาตรา 25 (5) แต่จะลงโทษจำคุกเกินหกเดือนหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทไม่ได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องและพิพากษายกฟ้อง จึงมิใช่การลงโทษเกินกว่าอัตราที่กำหนดและอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตาม         พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) (5) ทั้งผู้พิพากษาอาวุโสไม่ได้มีข้อจำกัดดังผู้พิพากษา ประจำศาล ตามมาตรา 25 วรรคท้าย  คำพิพากษาดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว

(ข) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264  ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษาได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 17 และมาตรา 25(5) แม้จะได้ความในการไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี  ซึ่งเกินอำนาจศาลแขวงก็ตาม ก็เป็นเรื่องโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษ เป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ การที่ผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียวขึ้นนั่งพิจารณาและมีคำสั่งประทับฟ้อง จึงอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (3) และมาตรา 24 (2) คำสั่งดังกล่าวจึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว



Comments are closed.